อาการรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ความสงสัยในความสามารถ และความอยากจะยอมแพ้ คุณน่าจะเคยรู้สึกแบบนี้มาบ้างในชีวิตการทำงาน ซึ่งถ้าโชคดีหน่อย คุณก็อาจจะมีคนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าทั้งบริษัทมีแค่คุณคนเดียวล่ะ
แต่ไหนแต่ไรมา ผู้ประกอบการคือผู้ที่แบกรับความเสี่ยง ประดิษฐ์คินค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ และช่วยเหลือชุมชนของตนเอง และก็มักจะต้องลุยคนเดียวบนเส้นทางที่ไม่แน่นอน แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นก็คุ้มค่ากับความเสี่ยงสำหรับนักคิดและนักล่าฝันเหล่านี้ พวกเขากำลังสร้างอนาคตในแบบของตนเอง พร้อมทั้งตอบแทนสังคม ในปี 2022 เพียงปีเดียว ผู้ประกอบการใน Shopify สร้างงานได้ถึง 5.2 ล้านตำแหน่งทั่วโลก
แล้วการเป็นผู้ประกอบการคืออะไรล่ะ? ต้องทำอย่างไรจึงเรียกได้ว่าเป็นผู้ประกอบการ? ต้องทำยังไงถึงจะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และคุณสามารถนำจุดแข็งของคุณมาใช้เพื่อปูทางไปสู่การเป็นเจ้านายของตัวเองได้อย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
การเป็นผู้ประกอบการคืออะไร?
การเป็นผู้ประกอบการคือการเริ่มต้น บริหาร และขยายธุรกิจ เป็นการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และวิสัยทัศน์ มาพัฒนาสินค้า บริการ หรือไอเดียใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดและสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่เลือกเดินทางนี้มักต้องเสี่ยงเรื่องเงินๆ ทองๆ และต้องอดทน รวมถึงมีทักษะในการแก้ปัญหา การเป็นผู้ประกอบการยังรวมถึงการทำงานอิสระอื่นๆ ด้วย เช่น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทางออนไลน์ หรือที่ปรึกษา

ผู้ประกอบการคือใคร?
ผู้ประกอบการคือคนที่เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง บริหารเอง อาจจะต้องเสี่ยงเรื่องเงินทองหรือเรื่องส่วนตัวด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีแง่มุมที่ยิบย่อยต่าง อาทิ ผู้ประกอบการจะต้องมีความชอบ ความอดทน ความอยากที่จะทำให้ไอเดียต่างๆ กลายเป็นจริง ความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา การเป็นผู้ประกอบการจึงเป็นทั้งเรื่องของแนวคิดและการลงมือทำ
คำจำกัดความของผู้ประกอบการไม่ได้ถูกจำกัดด้วยนิสัยส่วนตัว หรือการกระทำใดๆ เป็นพิเศษ คำว่าผู้ประกอบการสามารถใช้ได้กับผู้ประกอบการหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผู้ที่ทำอาชีพเสริมและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงนักเขียนอิสระ หรือแม้กระทั่งอินฟลูเอ็นเซอร์บน YouTube ใครก็ตามที่มีรายได้จากการดำเนินกิจการส่วนตัวก็เรียกได้ว่าเป็นผู้ประกอบการทั้งหมด
แนวคิดแบบผู้ประกอบการคืออะไร?
หลังจากพอมองเห็นภาพคร่าวๆ แล้วว่าการเป็นผู้ประกอบการคืออะไร คราวนี้มาดูแนวคิดแบบผู้ประกอบการกันบ้าง ซึ่งไอเดียก็คือการผสมผสานความเชื่อ ความรู้ และวิธีคิด ที่ทำให้คุณสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทาย ลงมือทำตามไอเดีย และจัดการความเสี่ยงได้ แนวคิดนี้สามารถสร้างได้ไม่ว่าคุณจะมีจุดแข็งโดยธรรมชาติแบบไหน การฝึกฝนพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับการลองผิดลองถูก จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้ประกอบการให้คุณ
ทำไมผู้ประกอบการถึงสำคัญ?
ผู้ประกอบการเป็นกำลังสำคัญในเศรษฐกิจโลก เป็นเสาหลักของชุมชน มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น และสนับสนุนให้ธุรกิจอื่นๆ เติบโตตามไปด้วย ไอเดียใหม่ๆ มักเริ่มต้นจากผู้ประกอบการ ผู้ที่โดยทั่วไปแล้วจะสามารถปรับตัวตามกระแสและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เร็วกว่าบริษัทขนาดใหญ่
ความยืดหยุ่นคล่องตัวนี้ทำให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสามารถปรับตัวตามกระแสความยั่งยืนได้เร็วกว่า และบ่อยครั้งที่ทำให้เป็นผู้นำในวงการต่างๆ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการผลิตอย่างมีจริยธรรม การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมก็เป็นอีกตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเจ้าของธุรกิจใช้กำไรและแพลตฟอร์มของตนในการสนับสนุนและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็นทางสังคม
ข้อดีและข้อเสียของการเป็นผู้ประกอบการ
ในการเป็นผู้ประกอบการ ไม่มีรางวัลใจที่ได้มาฟรีๆ ผู้ที่เข้าใจการจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจ จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า ตอนที่คุณกำลังคิดว่าอยากเป็นผู้ประกอบการจริงๆ หรือเปล่า ลองมาดูข้อดีและข้อเสียก่อนตัดสินใจกันก่อนดีกว่า
ข้อดีของการเป็นผู้ประกอบการ
- ทำงานได้ยืดหยุ่น: การเป็นผู้ประกอบการคือการจ้างตัวเองทำงาน ทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรได้เองหมด
- หาเงินจากสิ่งที่ชอบ: ทำไมต้องรอเลิกงานถึงจะได้ทำสิ่งที่ชอบล่ะ? การเป็นผู้ประกอบการคือการเปิดโอกาสให้คุณได้เปลี่ยนงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบให้เป็นอาชีพได้เลย
- เป็นเจ้านายตัวเอง: ผู้ประกอบการสามารถควบคุมธุรกิจตัวเองได้เต็มที่ อยากตัดสินใจอะไรก็ทำได้เลยอย่างรวดเร็ว
- ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่: ไม่มีระบบแบบบริษัทใหญ่ๆ มาขวาง ผู้ประกอบการสามารถแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ และลองทำอะไรใหม่ๆ ได้บ่อยๆ
- หาเงินได้ไม่จำกัด: ไม่มีขีดจำกัดในการหาเงิน เพราะคุณไม่ได้มีเพดานเงินเดือนเหมือนบริษัทอื่นๆ
ข้อเสียของการเป็นผู้ประกอบการ
- เสี่ยงเงินทุน: ผู้ประกอบการต้องเอาเงินมาเสี่ยงกับไอเดีย ถ้าไม่เวิร์ก คุณก็จะต้องรับผิดชอบต่อนักลงทุกและผู้ให้กู้
- ทำงานหามรุ่งหามค่ำ: จะทำไอเดียให้เกิดต้องทำงานหนัก และทำงานหลายอย่าง
- ความรับผิดชอบเยอะขึ้น: ในฐานะผู้นำของธุรกิจ ทุกคนจะคอยถามหาทิศทางและคำสั่งจากคุณ ซึ่งอาจทำให้คุณเครียดได้
- คู่แข่งเยอะ: การเข้าสู่อุตสาหกรรมใดๆ หมายถึงการตามให้ทันผู้ที่มาก่อน หรือเอาชนะผู้ประกอบการรายอื่นด้วยไอเดียใหม่ๆ
- ไม่มีเงินเดือนประจำ: แม้ว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจะได้รับเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่สิ่งนั้นก็ไม่สามารถเกิดได้ชั่วข้ามคือ คุณต้องเตรียมรับมือกับความลำบากเพราะต้องนำรายได้ไปลงทุกกับความฝันของคุณ
ถ้าอยากเป็นผู้ประกอบการ คุณต้องชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียก่อน ต่อให้เป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จที่สุด พวกเขาก็ยังต้องเจอกับอุปสรรค แต่ถ้าอยากเอาไอเดียเจ๋งๆ มาทำธุรกิจของตัวเอง ก็อ่านต่อเลย มาค้นพบคุณสมบัติและข้อกำหนดที่จะทำให้คุณเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จกัน
ประเภทของผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการสามารถแบ่งกลุ่มตามประเภทบุคลิกภาพ แรงจูงใจในการเป็นผู้ประกอบการ หรือประเภทของธุรกิจที่พวกเขาทำ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยากเป็นผู้ประกอบการก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอยู่ในกรอบนิยามเหล่านี้ นี่คือตัวอย่างเส้นทางของผู้ประกอบการประเภทต่างๆ ที่คุณเลือกเดินได้

ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก
เวลาพูดถึง “ผู้ประกอบการ” ภาพแรกที่หลายนึกถึงก็คือคนทำธุรกิจเล็กๆ เจ้าของธุกริจขนาดเล็กมักจะทำคนเดียว (หรือที่เรียกว่า solopreneur) หรือมีทีมเล็กๆ ทำธุรกิจอะไรก็ได้ ตั้งแต่สำนักงานกฎหมายขนาดไม่ใหญ่ ไปจนถึงร้านดรอปชิปออนไลน์
ผู้ประกอบการที่เป็นนักสร้างสรรค์
นักสร้างสรรค์ก็คือผู้ประกอบการที่เอาไอเดีย บริการ หรือสินค้าใหม่ๆ เข้าตลาด หรือปรับปรุงของที่มีอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไอเดียเจ๋งๆ สามารถพัฒนาเป็นฑุรกิจใหม่ จดสิทธิบัตร หรือขายต่อให้ธุรกิจอื่นได้
ผู้ประกอบการที่เป็นที่ปรึกษา
ผู้ประกอบการประเภทนี้คือผู้ที่ทำงานอิสระ ซึ่งโดยส่วนมากจะเชี่ยวชาญเรื่องเฉพาะทางหรืออุตสาหกรรมเฉพาะอย่างมากๆ คนเหล่านี้จัดเป็นผู้ประกอบการ เพราะพวกเขาทำงานด้วยตนเอง และได้รับค่าตอบแทนผ่านการทำงานให้ลูกค้า หรือการให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจและบุคคลในหัวข้อต่างๆ เช่น การออกแบบตกแต่งภายในหรือการลงทุน
ผู้ประกอบการที่ทำเป็นอาชีพเสริม
ผู้ประกอบการหลายคนเริ่มจากทำธุรกิจเล็กๆ ไปพร้อมๆ กับทำงานประจำไปด้วยโดยมีเหตุผลต่างๆ นาน เช่น อาจจะอยากทำสิ่งที่ชอบ อยากหาเงินเพิ่ม หรือทดลองไอเดียธุรกิจเล็กๆ ก่อนจะลาออกมาทำจริงๆ จังๆ ผู้ประกอบการที่ประสบสำเร็จหลายคนก็สร้างธุรกิจเต็มเวลาจากงานที่ทำเป็นอาชีพเสริม
ผู้ประกอบการที่เป็นสายผลิต
ผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจจากงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบ มักถูกมองว่าเป็นผู้ประกอบการสายผลิต เพราะมีทักษะในงานฝีมือแขนงนั้นๆ ที่สามารถกลายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก โดยการผลิตและขายสินค้าแฮนด์เมด หรือสร้างคอร์สออนไลน์เพื่อสอนเทคนิค DIY เป็นต้น
ผู้ประกอบการที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์
คำว่า “ครีเอเตอร์” สมัยนี้ส่วนใหญ่จะหมายถึงคนผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ อินฟลูเอ็นเซอร์ หรือคนดังที่ทำงานอิสระ พวกเขาทำเงินจากแฟนคลับที่ติดตามด้วยวิธีต่างๆ เช่น รับสปอนเซอร์ ขายสินค้าที่ระลึก หรือเก็บเงินค่าสมาชิก
คุณจะเป็นผู้ประกอบการได้อย่างไร?
ถ้าคุณสนใจจะเริ่มธุรกิจใหม่ ทำไอเดียเจ๋งๆ ให้เป็นจริง หรืออยากมีอิสระทางการเงิน คุณก็เริ่มก้าวแรกไปแล้ว! ความคิดแบบผู้ประกอบการของคุณกำลังทำงาน และคุณพร้อมที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไปในเป็นการเป็นผู้ประกอบการแล้ว
ขั้นตอนแรกในการเริ่มต้นธุรกิจ
การเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการสร้างแผนธุรกิจ แม่แบบแผนธุรกิจจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของไอเดีย วิธีการหาเงินทุน และกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อคุณได้ไอเดีย กำหนดรูปแบบธุรกิจ และระบุตลาดเป้าหมายแล้ว คุณก็พร้อมที่จะหาเงินทุนได้ หลายคนใช้เงินออมในการเริ่มต้นธุรกิจเสริม แต่คุณยังสามารถพิจารณาการระดมทุนแบบ Crowdfunding การหาเงินทุนร่วมลงทุน การหานักลงทุน หรือการขอสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของคุณ คุณอาจต้องจัดหาคลังสินค้า ทำสัญญาเช่า จ้างพนักงาน หรือพัฒนากลยุทธ์การจัดส่ง ขั้นตอนการเริ่มต้นแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ประกอบการ หลังจากที่คุณได้วางแผนกลยุทธ์แบรนด์และสร้างเว็บไซต์แล้ว คุณก็พร้อมที่จะเปิดตัวและทำการตลาดเพื่อพาธุรกิจคุณออกสู่สายตาชาวโลก
📕 เรียนรู้เพิ่มเติม: วิธีเริ่มต้นธุรกิจใน 11 ขั้นตอน
อยากเป็นผู้ประกอบการต้องมีอะไรบ้าง? สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มก้าวแรก
สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นผู้ประกอบการ การก้าวไปเป็นเจ้านายตนเองอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย มีหลายสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ในระหว่างการสร้างธุรกิจของคุณ แต่ไม่ต้องกังวลถ้าคุณยังไม่รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการเปิดตัวแบรนด์ หรือการบริหารบริษัทให้ประสบความสำเร็จ แค่เพียงมีองค์ประกอบหลักที่คุณต้องมี ที่เหลือก็เรียนรู้ไประหว่างทางได้
สิ่งที่คุณต้องมี
- ไอเดีย: ไม่ว่าไอเดียของคุณจะเป็นอย่างไร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไอเดียนั้นเป็นจริงได้ผ่านการวิจัยตลาด
- ความชื่นชอบ: การเป็นผู้ประกอบการมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณต้องเชื่อมั่นในไอเดียและวิสัยทัศน์ของคุณ เพื่อที่จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้
- เงินทุนเริ่มต้น: ขึ้นอยู่กับไอเดียของคุณ คุณอาจสามารถเริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้านด้วยเงินทุนก้อนเล็กๆ หรือคุณอาจต้องหาเงินเพิ่มเพื่อให้พอสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ
- ความพร้อมที่จะเรียนรู้ (และเผชิญความล้มเหลว): ผู้ประกอบการดังๆ หลายคนไม่ได้จบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคุณก็ไม่จำเป็นต้องจบเช่นกัน จงพร้อมที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด และก้าวต่อไปเมื่อเผชิญกับความล้มเหลว
7 เหตุผลที่ควรเป็นผู้ประกอบการ
การเป็นผู้ประกอบการถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ คน เมื่อเทียบกับการทำงานในบริษัท ถึงแม้ว่าต้องทำงานหนัก มีความเสี่ยง และไม่มีเงินเดือนประจำที่แน่นอน แต่หลายคนก็ประสบความสำเร็จจากการทำตามสิ่งที่รัก หรือสร้างไอเดียที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ มาดูตัวอย่างเหตุผลในการก้าวมาเป็นผู้ประกอบการกัน
1. พัฒนาทักษะของคุณ
ผู้ประกอบการมักเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าต้องจัดการทุกอย่างเอง การเริ่มต้นธุรกิจคือการเรียนรู้แบบเข้มข้นในหลายด้าน ทั้งการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการลูกค้า การออกแบบเว็บไซต์ และอีกมากมาย ประสบการณ์ในช่วงเดือนแรกๆ และปีแรกๆ ของการทำธุรกิจนั้นมีค่า และสามารถนำไปใช้ต่อได้
2. สร้างธุรกิจให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ
โค้ชธุรกิจ Nora Rahimian แนะนำให้ลูกค้าสร้างธุรกิจให้เข้ากับชีวิตที่ต้องการ ไม่ใช่ให้ชีวิตต้องปรับตามธุรกิจ หนึ่งในข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจคือความยืดหยุ่นเรื่องเวลาทำงาน “ฉันทำงานตอนตีสี่ก็ได้ พาสุนัขไปเดินเล่นกลางวันก็ได้ สมองต้องการอะไร ฉันก็สามารถทำตามนั้นได้” เธอกล่าว
💡 เคล็ดลับ: ถ้าคุณชอบเดินทางล่ะก็ มาทำธุรกิจตามเทศกาลที่ให้คุณหยุดงานได้นานหลายเดือน และถ้าคุณมีครอบครัว คุณก็สามารถจัดตารางทำงานให้เข้ากับกิจกรรมของลูก เช่น เกมเบสบอล หรือช่วงปิดเทอมได้
3. สร้างรายได้ที่ยั่งยืน
ช่วงแรกของการทำธุรกิจอาจมีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดี แต่การเดินหน้าต่อคือวิธีที่ดีในการสร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคง โดยเฉพาะคนที่ค่อยๆ สร้างธุรกิจเสริมไปพร้อมกับการออกจากงานประจำ
การกระจายรายได้เป็นหลักสำคัญของกระแส FIRE หรือกลยุทธ์การออมและการลงทุนยอดนิยมเพื่ออิสรภาพทางการเงิน ผู้ประกอบการหลายคนทำธุรกิจด้วยความหวังที่จะเกษียณเร็ว หรือมีรายได้ไม่จำกัดจากการเป็นเจ้านายตัวเอง
4. กำหนดทิศทางด้วยตัวเอง
การได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในบริษัทใหญ่ๆ อาจเป็นเรื่องยาก แต่ในฐานะเจ้านายตัวเอง คุณคือผู้กำหนดทิศทาง คนที่มีความเป็นผู้นำและความคิดเห็นชัดเจนจะเติบโตได้ดีในการทำธุรกิจของตัวเอง การเป็นผู้ประกอบการจะทำให้คุณมีอิสระในการสร้างบริษัท สินค้า และวัฒนธรรมทีมตามที่ต้องการ
คุณจะบริหารธุรกิจในแบบของคุณ ตัดสินใจทุกอย่าง ตั้งแต่การหาเงินทุน ค่านิยมของแบรนด์ ไปจนถึงการทำงานประจำวันด้วยตนเอง

5. ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนของคุณ
การเป็นผู้ประกอบการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้ชุมชน แล้วความสำเร็จของธุรกิจหนึ่งก็ส่งผลดีต่อธุรกิจอื่นๆ ในย่านนั้นด้วย มีงานวิจัยระบุว่า ถ้าเราใช้เงิน 100 ดอลลาร์ซื้อของจากร้านค้าปลีกเล็กๆ เงิน 63 ดอลลาร์จะหมุนเวียนกลับไปในเศรษฐกิจท้องถิ่น (เทียบกับ 14 ดอลลาร์สำหรับบริษัทใหญ่ๆ) แค่ในอเมริกาอย่างเดียว ผู้ประกอบการก็สร้างงานให้กับชุมชนที่ตนเองอยู่ไปกว่า 1.1 ล้านตำแหน่ง การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็จะพาให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จไปด้วยเช่นกัน
6. ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ตอนนี้ เทรนด์ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ธุรกิจเล็กๆ จึงได้เปรียบในการเริ่มทำสิ่งที่สังคมเห็นว่าถูกต้อง สตาร์ทอัปนั้นมีความคล่องตัวพอที่จะเลือกทำสิ่งที่ถูกหลักจริยธรรมและยั่งยืนได้ตั้งแต่แรก และประวัติศาสตร์ก็บอกว่า ผู้ประกอบการคือผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเพราะมองว่าพวกเขาเป็นผู้นำในชุมชนที่ตนเองอยู่
การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมก็เป็นสิ่งที่น่าลงมือทำสำหรับผู้ที่สนใจการช่วยเหลือสังคม ธุรกิจเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยการสร้างเทรนด์ให้บริษัทใหญ่ๆ ทำตาม
7. กำหนดหน้าตาของความสำเร็จ
ผู้ประกอบการที่สำเร็จไม่ได้หมายถึงคนที่ทำเงินได้เยอะๆ เสมอไป การเป็นผู้ประกอบการคือการที่คุณตั้งเป้าหมายและวัดความสำเร็จด้วยตัวคุณเอง บางทีความสำเร็จของคุณอาจหมายถึงการที่มีคนรู้จักแบรนด์ มีส่วนแบ่งตลาด มีลูกค้าที่ภักดีกับแบรนด์ หรือการที่คุณได้ช่วยเหลือด้านการกุศลก็เป็นได้
อะไรคือคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ?
แม้ว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจะมีลักษณะบางอย่างที่คล้ายกัน แต่ก็ไม่มีใครเหมือนกันเป๊ะๆ ผู้ประกอบการแต่ละสไตล์ก็มีจุดแข็งในด้านที่แตกต่างกัน และแต่ละคนก็มี “พลังพิเศษ” ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะกำหนดวิธีการทำธุรกิจและแนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา
คุณสมบัติเด่นๆ ของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย
มาพบกับเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบางคนที่มีลักษณะเหล่านี้
วินัย: Cassey Ho
หลังย้ายบ้านไปอีกฟากของประเทศ Cassey Ho ก็เริ่มต้นถ่ายทำวิดีโอออกกำลังกายเพื่อเชื่อมต่อกับนักเรียนเก่าของเธอในแคลิฟอร์เนีย ภายในเวลาไม่กี่เดือน ช่อง YouTube ของเธอที่ชื่อ Blogilates ก็เริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ติดตามหน้าใหม่ๆ ใหม่ของเธอต่างก็อยากให้เธอทำเสื้อยืดและสินค้า เพื่อสนับสนุนช่องของเธอ

หลังเริ่มต้นแบบลองผิดลองถูกและต้องต่อสู้รบปรบมือกับคนที่ลอกเลียนแบบเธอ Cassey ก็ได้เปิดตัวแบรนด์ DTC (Direct-to-consumer) หรือการขายสินค้าผ่านช่องทางที่ติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรง ในชื่อว่า POPFLEX เพื่อขายอุปกรณ์และชุดออกกำลังกายให้กับแฟนๆ โดยตรง รวมถึงวางจำหน่ายในร้าน Target ด้วย
วิสัยทัศน์: Emily Miller
ด้วยความที่ชอบอาหารเช้าเอามากๆ Emily Miller จึงผุดไอเดียทำแบรนด์ซีเรียลสำหรับลูกค้าชาวมิลเลนเนียลและเจนซี แม้ว่าตลาดซีเรียลจะมีแต่แบรนด์เก่าแก่เจ้าใหญ่ๆ แต่การมีวิสัยทัศน์ว่าซีเรียลของเธอจะโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ก็นำไปสู่การทำยอดขาดได้จริงๆ Emily มั่นใจในวิสัยทัศน์ของเธอ และสร้างแบรนด์ OffLimits ขึ้นมาด้วยมาสคอตที่โอบรับความแตกต่างหลากหลาย “กล้าที่จะสร้างสรรค์ กล้าที่จะแตกต่าง ถ้าใครไม่ชอบ ก็ช่างเขา” Emily กล่าว
ใจรัก: James Hoffmann
James Hoffmann บอกว่าเขา “คลั่งไคล้” กาแฟมากๆ อาชีพของเขาเริ่มจากการสาธิตเครื่องชงเอสเปรสโซ่ในห้าง จากนั้น เขาก็ออกมาทำเอง เปิดโรงคั่วกาแฟ ซื้อร้านกาแฟ แล้วก็ทำช่อง YouTube ที่ตอนนี้มีคนติดตามเกือบสองล้านคนแล้ว
ความสามารถในการรับความเสี่ยง: Sonja Detrinidad
Sonja Detrinidad ลาออกจากงานในวงการสินเชื่อบ้านที่เธอทำมานาน เพื่อมาลองทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยความเครียดจากงานที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจหันมาปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรก แล้วถ่ายคลิปตอนไปหาซื้อต้นไม้ลงโซเชียล พอคลิปตลกๆ ที่เป็นธรรมชาติของเธอกลายเป็นไวรัลใน TikTok เธอก็ลาออกจากงานมาทำ Partly Sunny Projects “ฉันคิดว่า ‘ใครมันจะอยากซื้อต้นไม้ในช่วงโควิด?’ ” เธอบอก “แต่คำตอบก็คือ ทุกคนน่ะสิ!”
การพึ่งพาตนเอง: Natalie Gill
Natalie Gill เริ่มต้นธุรกิจดอกไม้สดจากอพาร์ตเมนต์ของเธอ โดยใช้เงินออมเพื่อประคับประคองชีวิตหลังจากลาออกจากงานประจำ เธอแทบไม่ได้นอน แล้วบางทีก็มีงบค่ากินแค่ประมาณสัปดาห์ละ 350 บาท “จำได้เลยว่ากินแต่ข้าวกับถั่ว” เธอบอก “ฉันใช้เงินแค่กับดอกไม้ อุปกรณ์ดอกไม้ ค่าเรียน แล้วก็ค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจเท่านั้น” แต่เธอก็สู้จนผ่านช่วงที่ยากที่สุดมาได้ และปลุกปั้น Native Poppy ให้เป็นร้านดอกไม้หลายสาขาที่ประสบความสำเร็จ

คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ ได้แก่ ความอดทน ความสามารถรอบด้าน ความทะเยอทะยาน การคิดเชิงวิพากษ์ และความใส่ใจในรายละเอียด คุณอาจมีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่บ้าง ดังนั้น ให้คุณใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ
ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง แต่มีวินัยและความใส่ใจในรายละเอียดสุดๆ จุดแข็งของคุณจะอยู่ที่การสร้างธุรกิจที่มั่นคง พร้อมมีแผนสำรองที่แข็งแกร่ง หรือถ้าคุณไม่ใช่คนที่มีวินัยหรือใส่ใจรายละเอียดมากนัก แต่มีใจรักและวิสัยทัศน์เต็มเปี่ยม คุณก็สามารถเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม โดยดึงดูดพันธมิตรเก่งๆ ที่ชอบไอเดียและความกระตือรือร้นของคุณ
5 ไอเดียธุรกิจสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการหลายคนเริ่มต้นจากเปลี่ยนงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบให้เป็นธุรกิจของตัวเอง บางคนก็บังเอิญเจอไอเดียใหม่ๆ แล้วบางคนก็เกิดมาพร้อมกับความสามารถนั้นเลย นั่นก็คือการมีแนวคิดแบบผู้ประกอบการที่ทำให้อยากแก้ปัญหาของการทำธุรกิจ
คนที่อยากเป็นผู้ประกอบการก็เริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ได้หลายแบบ มาดูไอเดียตั้งต้นกัน
1. คว้าโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
โอกาสมีอยู่ทุกที่ ธุรกิจใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ลองมองหาโอกาสในชีวิตประจำวันของคุณ คุณจะแก้ไขปัญหาทั่วไปที่ใครๆ ก็เจอได้อย่างไร คุณสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อลดให้การทำอะไรสักอย่างเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้หรือไม่ มีกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่มีตลาดไหนมาตอบโจทย์ของพวกเขาหรือเปล่า
2. สร้างรายได้จากงานฝีมือหรือสิ่งที่คุณชอบ
คนที่อยากเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักเริ่มจากทำสิ่งที่ตัวเองถนัด แล้วค่อยๆ สร้างมันขึ้นมา เมื่อคุณเข้าใจในศาสตร์ที่คุณสร้างสรรค์ และคอมมิวนิตี้ของคนที่ชอบสิ่งนั้นแล้ว คุณก็สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ ลองขบคิดดูว่าคุณจะปรับปรุงกระบวนการและขยายการผลิตงานแฮนด์เมดได้อย่างไร คิดถึงความต้องการของชุมชนของคุณและปัญหาที่คุณสามารถแก้ไขได้
💡หาไอเดีย: 21 ไอเดียสำหรับธุรกิจ DIY ทำของขายออนไลน์
3. สร้างฐานลูกค้าก่อน แล้วค่อยเป็นผู้ประกอบการ
ถ้าคุณชอบเข้าสังคม ก็เริ่มจากตรงนั้นได้เลย ใช้ทักษะการเข้าสังคมสร้างแบรนด์ของคุณ สร้างฐานลูกค้า แล้วทำเงินจากตรงนั้น โอกาสของครีเอเตอร์กำลังเติบโต คนรุ่นใหม่ที่มีเสน่ห์มีโอกาสหาลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ เริ่มทำช่อง YouTube สอนงานฝีมือ ทำแอคเคาต์ตลกๆ ใน TikTok หรือรีวิวเครื่องสำอางใน Instagram แล้วทำเงินจากการขายสินค้า หรือคอนเทนต์ที่ผู้ติดตามต้องชำระเงินเพื่อรับชม
4. ทำธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาสังคม
ถ้ามีอะไรที่จะผลักดันคุณให้เป็นผู้ประกอบการได้ สิ่งนั้นก็คือความชอบของคุณ มีประเด็นทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้หรือไม่ ไม่แน่ว่าอาจจะโครงการหรือเงินทุนจากหน่วยงานรัฐบาล ที่จะสนับสนุนการทำธุรกิจเพื่อสังคมหรือเริ่มต้นโครงการเพื่อความยั่งยืน
5. เป็นผู้ประกอบการที่นำเสนอวิธีที่ดีขึ้นในการทำสิ่งต่างๆ
ช่วงโควิดทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไป บริษัทอย่าง Uber และ Slack เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจถดถอย มีเหตุการณ์บ้านเมืองอะไรบ้างที่ทำให้คนเราต้องหาวิธีใหม่ๆ ในการทำสิ่งต่างๆ โลกที่กำลังเปลี่ยนไปสร้างโอกาสอะไรให้ธุรกิจเล็กๆ บ้าง ลองมองหาสิ่งของหรือกระบวนการในชีวิตประจำวันที่เราจะทำให้มันดีขึ้นได้เพื่อตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคดูสิ
อนาคตของการเป็นผู้ประกอบการ
ช่วงโควิด จิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการพุ่งสูงขึ้นมาก เพราะเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมเพื่อชดเชยการตกงาน เป็นการสู้กับความเหงาหรือความเบื่อหน่าย หรือตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดจากเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วคำว่า “ผู้ประกอบการ” ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
เทคโนโลยีได้ผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรูปแบบใหม่ๆ มาโดยตลอด เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังมาแรงอย่าง AI อาจทำให้คนกลัวตกงาน แต่ในขณะเดียวกันก็น่าจะเปิดโอกาสให้งานใหม่ๆ และผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ ด้วย
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจอื่นๆ อาจทำให้คนต้องมีรายได้หลายทาง คนเลยหันมาทำธุรกิจเป็นอาชีพเสริมกันมากขึ้น จึงมีอาชีพใหม่ๆ ก็เกิดตลอดในเศรษฐกิจครีเอเตอร์ รวมถึงอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างผู้จัดการคอนเทนต์หรือผู้จัดการครีเอเตอร์ ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการทำเงินออนไลน์แบบอิสระ
ทำฝันในการเป็นผู้ประกอบการของคุณให้เป็นจริง
การเป็นผู้ประกอบการคืออะไร? คำตอบก็คือ การมีอิสระในแบบที่เราต้องคุณนั่นแหละ อาจจะเป็นการทำงานอิสระในฐานะครีเอเตอร์ออนไลน์ หรือทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะแบบไหน ผู้ประกอบการก็สร้างโอกาสให้ตัวเองได้ เมื่อมีความขยันและใจรัก คุณก็จะสามารถสร้างอนาคตของตัวเองได้จากการเป็นผู้ประกอบการ ถึงเวลาทำให้ไอเดียธุรกิจของคุณเป็นจริงแล้วล่ะ!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ
การเป็นผู้ประกอบการคืออะไร
การเป็นผู้ประกอบการ คือการแสวงหาอิสรภาพทางการเงิน โดยการเริ่มต้นธุรกิจหรือการทำงานอิสระในรูปแบบต่างๆ ผู้ประกอบการมักเป็นผู้ที่รับความเสี่ยงทั้งในด้านการเงินและชีวิตส่วนตัว เพื่อนำเสนอไอเดีย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการออกสู่ตลาด
ผู้ประกอบการต้องมีทักษะอะไรบ้าง
ทักษะที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมีเหมือนๆ กันก็คือ การคิดวิเคราะห์ ความรู้เรื่องการเงิน ทักษะการหาข้อมูล การกล้าเสี่ยงอย่างมีแผน และทักษะการเข้าสังคม ส่วนทักษะอื่นๆ ก็สามารถเรียนรู้ได้จากการลองผิดลองถูกได้ตอนปลุกปั้นธุรกิจ
ผู้ประกอบการมีกี่แบบ
ผู้ประกอบการสามารถแบ่งได้หลายแบบ แต่ถ้าแบ่งจากบุคลิกและแรงจูงใจ ก็จะสามารถแบ่งได้ 5 แบบหลักๆ ดังนี้
- นักปีนเขา: คนกล้าฝันที่มองโลกบวก ชอบการเติบโต
- ผู้บุกเบิก: คนที่ทำตามความหลงใหลกับไอเดีย
- นักทำแผนที่: คนที่ใส่ใจรายละเอียด ทำธุรกิจคนเดียว
- ผู้จุดประกายไฟ: คนที่ทำธุรกิจหลายอย่าง ชอบหาโอกาส
- คนนอก: คนที่เก่งในสิ่งที่ตัวเองทำ อยากได้ความมั่นคงทางการเงิน
การเป็นผู้ประกอบการมีข้อดีอะไรบ้าง
- ได้พัฒนาทักษะตัวเอง
- ได้ทำธุรกิจให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่อยากได้
- มีรายได้ที่มั่นคง
- เป็นเจ้านายตัวเอง
- สร้างผลดีให้ชุมชน
- สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านธุรกิจเพื่อสังคม
- กำหนดความสำเร็จในแบบของตัวเอง
สิ่งสำคัญในแนวคิดแบบผู้ประกอบการมีอะไรบ้าง
- การคิดบวก
- ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
- ความยืดหยุ่น
- แรงจูงใจในการประสบความสำเร็จ
- ความมุ่งมั่น