หากคุณเคยซื้อสินค้าตามคำแนะนำของอินฟลูเอ็นเซอร์ทางออนไลน์ มีโอกาสสูงที่คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด Affiliate รูปแบบหนึ่ง การตลาดประเภทนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์และแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อโปรโมตสินค้าและบริการ โดยที่นักสร้างสรรค์เนื้อหาจะได้รับค่าคอมมิชชันจากทุกการขายที่เกิดขึ้น
อุตสาหกรรมการตลาด Affiliate กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายในด้านนี้อาจสูงถึงเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2032
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำหรับตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการมือใหม่คือค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อชื่อโดเมน เช่าโฮสติ้งเว็บไซต์ การสร้างฐานผู้ติดตาม และการเรียนรู้กลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญ คำถามคือ คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจการตลาด Affiliate ได้ฟรีหรือไม่?
ตอบสั้นๆ เลยว่า ได้แน่นอน คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีทำเงินออนไลน์ผ่านการตลาด Affiliate พร้อมทั้งแนะนำขั้นตอนแบบละเอียดเพื่อเริ่มต้น สิ่งเดียวที่คุณต้องลงทุนก็คือเวลา
การตลาด Affiliate ทำงานอย่างไร
การจ่ายเงินในโปรแกรมการตลาด Affiliate มีหลายรูปแบบ บางโปรแกรมให้ค่าคอมมิชชัน บางโปรแกรมเสนอเงินโบนัสแบบคงที่ และบางโปรแกรมให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการฟรี ตัวอย่างโปรแกรมการตลาด Affiliate ได้แก่ Shopify Affiliate Program และ Amazon Affiliates
เมื่อใช้เวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่อง การตลาด Affiliate ที่ประสบความสำเร็จสามารถเปลี่ยนจากอาชีพเสริมให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้เลย
🌟 อยากเริ่มทำเงินในฐานะตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการ?ดูอัตราค่าคอมมิชชันและรายละเอียดการจ่ายเงินของโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่ดีที่สุดที่นี่
ทำไมการตลาด Affiliate จึงเป็นโมเดลธุรกิจที่ดี
การตลาด Affiliate เป็นโมเดลธุรกิจที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อแบรนด์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เมื่อความร่วมมือประสบความสำเร็จ แบรนด์สามารถเพิ่มยอดขายได้ ในขณะที่ตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการก็ได้รับผลตอบแทนตามผลงาน
คุณสามารถสร้างกำไรจากการทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุนได้จริง เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่ทำกำไรได้ เหตุผลก็มีดังนี้
- ความเสี่ยงต่ำ: แบรนด์จ่ายค่าคอมมิชชันก็ต่อเมื่อมีการขายเกิดขึ้น (แทนที่จะต้องจ่ายเงินให้อินฟลูเอ็นเซอร์ล่วงหน้า) สำหรับตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอาจต่ำมาก หรือแทบไม่มีเลย ดังนั้น สิ่งเดียวที่คุณอาจเสียไปก็คือเวลา หากยังไม่สามารถสร้างรายได้
- ทุกฝ่ายได้ประโยชน์: ธุรกิจได้รับยอดขายเพิ่มขึ้น นักสร้างสรรค์เนื้อหาได้รับค่าตอบแทน และลูกค้าเองก็ได้รับคำแนะนำจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
- ทำงานจากที่ไหนก็ได้: หากคุณเคยฝันถึงการเป็น Digital Nomad การตลาด Affiliate อาจช่วยให้คุณทำงานจากที่ใดก็ได้ในโลก อย่างไรก็ตาม อย่าลืมศึกษากฎหมายภาษีและแรงงานที่เกี่ยวข้องด้วย
- สร้างรายได้แบบพาสซีฟ: แนวคิดการสร้างรายได้แบบพาสซีฟที่ดีคือ การสร้างคอนเทนต์ที่ไม่ตกยุคและมีคุณภาพ แม้จะต้องใช้เวลา แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ คุณจะพบว่าคอนเทนต์ที่คุณสร้างไว้ยังคงสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชัน แม้เวลาจะผ่านไปแล้วหลายเดือนหรือหลายปี
วิธีเริ่มทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุน
- ค้นหาตลาดเฉพาะกลุ่ม
- เลือกโปรแกรม Affiliate ที่เหมาะกับคุณ
- เลือกแหล่งที่มาของการเข้าชม
- สร้างคอนเทนต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- ขยายฐานผู้ชม
- ส่งผู้ชมไปยังลิงก์ Affiliate ของคุณ
- พูดคุยกับผู้ชมของคุณ
- ติดตามผลลัพธ์
เส้นทางสู่การเป็นตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการที่ประสบความสำเร็จอาจดูท้าทายในช่วงแรก แต่ถ้าคุณแบ่งกระบวนการออกเป็นขั้นตอนเล็กๆ ก็จะทำให้การบรรลุเป้าหมายง่ายขึ้นมาก
1. ค้นหาตลาดเฉพาะกลุ่ม
กุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในวงการการตลาด Affiliate คือ การสร้างตัวตนของคุณในกลุ่มตลาดเฉพาะ "การตลาด Affiliate โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นมือใหม่และไม่มีเงินลงทุน ต้องใช้แนวคิดระยะยาว” Vivian Tejeda นักเขียนและตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการกล่าว “ก่อนอื่นคุณต้องโฟกัสที่พื้นฐาน เช่น การเลือกตลาดเฉพาะกลุ่มและแหล่งที่มาของทราฟฟิก"
ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche) คือหัวข้อที่คุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ตลาดเฉพาะกลุ่มที่ดังๆ ก็อย่างเช่น
- งานอดิเรก: ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ กอล์ฟ กิจกรรมกลางแจ้ง
- การเงิน: Bitcoin การเงินส่วนบุคคล บัตรเครดิต การลงทุน
- สุขภาพ: ฟิตเนส โภชนาการ อาหารมังสวิรัติ การลดน้ำหนัก โยคะ สุขภาวะทางเพศ
- ไลฟ์สไตล์: สินค้าหรู สายการบิน แฟชั่น เครื่องประดับ
- ของใช้ในบ้าน: สินค้าสำหรับเด็ก สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
- เทคโนโลยี: เว็บโฮสติ้ง VPN เกม ซอฟต์แวร์
- ทางเลือกอื่นๆ: การพัฒนาตัวเอง อาหารเสริม การฝังเข็มและทำสมาธิ สมุนไพร
เหตุผลที่คุณต้องเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มก็คือ หากคุณแนะนำสินค้าหลากหลายประเภท คนอาจไม่มองว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พวกเขาไว้ใจได้ แต่ถ้าคุณโฟกัสกับผลิตภัณฑ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง และสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับสิ่งนั้นโดยเฉพาะ ผู้ติดตามจะมองว่าคุณมีความรู้จริงในเรื่องนั้น
นอกจากนี้ การตลาดเฉพาะกลุ่มยังช่วยให้คุณปรับแต่งกลยุทธ์ SEO บนโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ Affiliate ของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
แล้วคุณจะเลือกช่องทางเฉพาะของคุณได้ยังไงดี
เริ่มจากตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสทำกำไรสูง ตัวอย่างเช่น Shopify พบว่าโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมักให้ค่าคอมมิชชันสูง ในขณะที่หมวดเสื้อผ้า หนังสือ และสื่อดิจิทัลให้ค่าคอมมิชชันต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม วงการเหล่านั้นก็ไม่ใช่ทางเลือกเดียวของคุณ และวงการก็ทำงานได้ดีกว่าในบางแพลตฟอร์ม แต่ สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ การตลาด Affiliate ไม่ใช่วิธีรวยทางลัด ตัวคุณเองก็ต้องมีความสนใจในกลุ่มตลาดที่เลือกด้วย เพื่อให้สามารถทำต่อไปได้ในระยะยาว
ลองตอบคำถามเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ตัวเลือกของคุณแคบลง
- คุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มตลาดนี้มั้ยการติดตามเทรนด์และข่าวสารในวงการของคุณช่วยให้คุณนำเสนอเนื้อหาที่สดใหม่และเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายอยู่ได้เสมอ
คุณมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญในด้านนี้หรือไม่หากคุณมีความรู้มาก่อน คุณจะไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้และทำให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้เร็วขึ้น สามารถสร้างคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้าหรือไม่บางกลุ่มตลาด เช่น เทคโนโลยีหรือการท่องเที่ยว อาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากถ้าคุณไม่มีอุปกรณ์หรือคอนเทนต์มาแต่แรก กลุ่มตลาดนี้ทำกำไรได้หรือไม่หากเลือกกลุ่มตลาดที่กว้างเกินไป อาจมีการแข่งขันสูงจนยากที่จะแทรกตัวเข้าไป แต่ถ้าเลือกตลาดที่แคบเกินไป อาจมีจำนวนผู้สนใจน้อยจนไม่สามารถทำกำไรได้
การเลือกกลุ่มตลาดเฉพาะเป็นเรื่องของการหาสมดุลที่ลงตัว อาจต้องใช้เวลาและการลองผิดลองถูกอยู่บ้าง ดังนั้นจึงอย่าท้อถ้าคุณยังไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที
2. เลือกโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่เหมาะกับคุณ
ในการทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุน เมื่อคุณตัดสินใจเลือกกลุ่มตลาดเฉพาะแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเลือกโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่จะเข้าร่วม การเลือกโปรแกรมหรือผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับกลุ่มตลาดของคุณเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล
ตัวอย่างเช่น Derek Simnett โค้ชด้านฟิตเนสและไลฟ์สไตล์ที่เป็นมังสวิรัติ คือหนึ่งในตัวแทนโฆษณาสินค้าสำหรับเสริมโปรตีนจากพืช การเลือกทำงานกับแบรนด์ที่ตรงกับเป้าหมายและคอนเทนต์ทำให้ Derek สามารถสร้างรายได้จากการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เขาเชื่อมั่น
มี 2 วิธีในการค้นหาโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่เหมาะสมในกลุ่มตลาดเฉพาะของคุณ ซึ่งก็คือการค้นหาตรงจากแบรนด์ และการค้นหาผ่านตลาดโปรแกรม Affiliate ถ้าคุณรู้จักแบรนด์ในกลุ่มตลาดของคุณที่มีโปรแกรมการตลาด Affiliate อยู่แล้ว คุณสามารถติดต่อแบรนด์เหล่านั้นและสมัครเข้าโปรแกรมได้ (โปรแกรมการตลาด Affiliate มักไม่คิดค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม)
อีกวิธีหนึ่งคือ ค้นหาผ่านตลาดโปรแกรม Affiliate หรือเครือข่าย Affiliate ที่คุณสามารถเลือกจากโปรแกรมต่างๆ ที่มีอยู่มากมายและสมัครเข้าร่วมผ่านตลาดนั้น
เครือข่าย Affiliate ช่วยให้หน้าใหม่สามารถเข้าถึงโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือหลายพันโปรแกรมได้อย่างง่ายดายและฟรี เครือข่ายเหล่านี้มีแบรนด์จากหลายกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น
โปรแกรมเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับการทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุน แต่คุณยังต้องพิจารณาอัตราค่าคอมมิชชันและอัตรารายได้ต่อคลิก (EPC) ก่อนจะเลือกว่าต้องการเข้าร่วมโปรแกรมไหน การเลือกโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่เกี่ยวข้องอาจมีค่าคอมมิชชันต่ำ แต่ถ้ามี EPC สูง ก็ยังคุ้มค่าที่จะเข้าร่วมอยู่ดี
3. เลือกแหล่งที่มาของการเข้าชม
ในขั้นตอนการทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุนนี้ คุณจะต้องเริ่มคิดถึงแหล่งที่มาของทราฟฟิกสำหรับการตลาด Affiliate ของคุณ ตามที่ Vivian กล่าว มีแพลตฟอร์มฟรีมากมายที่ครีเอเตอร์สามารถพิจารณาเมื่อเริ่มต้นเป็นตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการ “Instagram, TikTok, YouTube และการเขียนบล็อก คุณสามารถสร้างบัญชีฟรีในแพลตฟอร์มเหล่านี้และเริ่มสร้างคอนเทนต์ได้ทันที” เธอกล่าว
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า คุณต้องเป็นบล็อกเกอร์ที่มีเว็บไซต์เฉพาะ (ซึ่งต้องใช้เงิน) ถึงแม้ว่ามันจะเป็นประโยชน์เมื่อคุณวางแผนขยายธุรกิจ แต่ก็ไม่จำเป็น
คุณสามารถเริ่มสร้างรายได้จากการตลาด Affiliate โดยใช้แหล่งทราฟฟิกฟรีอื่นๆ เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย YouTube และเว็บไซต์ฟอรัมอย่าง Reddit และ Quora ต่อไปนี้คือข้อดีและข้อเสียของแต่ละช่องทาง
- ข้อดี: แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุด คุณสามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากสำหรับผลิตภัณฑ์ Affiliate ของคุณ
- ข้อเสีย: ไม่ดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่อายุน้อยมากนัก เข้าถึงผู้คนได้ไม่มากในแบบออร์แกนิก
- ข้อดี: เหมาะสมกับการแสดงภาพและผลิตภัณฑ์ Affiliate เน้นการใช้คอนเทนต์วิดีโอ เช่น Reels และ Stories
- ข้อเสีย: การเข้าถึงแบบออร์แกนิกของโพสต์ในฟีดต่ำ
YouTube
- ข้อดี: ดีสำหรับการทำ SEO และมีผู้ชมทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านคนต่อเดือน
- ข้อเสีย: มีการแข่งขันสูงในหลายกลุ่มตลาด และวิดีโอจำเป็นต้องมีคุณภาพดีและดูเป็นมืออาชีพเพื่อดึงดูดผู้ชมใหม่ และผู้ชมเดิมให้มีส่วนร่วมและคลิกลิงก์ Affiliate
TikTok
- ข้อดี: คลิปวิดีโอสั้นที่ไม่ต้องการลุคหรือความรู้สึก “มืออาชีพ” คอนเทนต์มีความเป็นส่วนตัวและแสดงออกถึงประสบการณ์ที่แท้จริง เทรนด์มักจะเริ่มที่ TikTok
- ข้อเสีย: ลิงก์ในคำบรรยายไม่สามารถคลิกได้ คุณจะต้องวางลิงก์ Affiliate ไว้ในหน้า “ลิงก์ในไบโอ”
- ข้อดี: การเข้าถึงแบบออร์แกนิกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักการตลาด Affiliate เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นสำหรับคนทำงานโดยเฉพาะ
- ข้อเสีย: ส่วนใหญ่เน้นกลุ่มผู้ชม B2B
คุณอาจคิดว่า “แต่เราไม่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียเลยนี่นา แล้วจะทำเงินได้ยังไงล่ะเนี่ย” ถ้าคุณไม่มีผู้ติดตาม ตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มสร้างผู้ติดตามของคุณ อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมากในการทำเงินจากการตลาด Affiliate แค่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่เหมาะสมก็เพียงพอ
นักการตลาด Affiliate ส่วนใหญ่ทำรายได้ทั้งหมดผ่านโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างที่ดีคือ Papery Thoughts ช่อง YouTube ที่สร้างวิดีโอเกี่ยวกับการจดบันทึก (แถมยังมีอยู่ในอีกหลากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย)

ช่อง Youbube นี้สร้างยอดขายจากลิงก์ Affiliate ที่อยู่ในคำบรรยายวิดีโอ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกใช้ในวิดีโอ โดยครีเอเตอร์จะแชร์ลิงก์ Affiliate ให้กับผู้ติดตามเพื่อรับส่วนลด 10% ที่ร้าน The Washi Tape Shop
วิธีอื่นๆ ในการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับการตลาด Affiliate ได้แก่ การเข้าร่วมกลุ่ม Facebook ในกลุ่มตลาดของคุณและตอบคำถาม หรือการทำการตอบกลับในวิดีโอ TikTok ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของคุณ การสร้างผู้ติดตามไม่ใช่แค่การโปรโมตลิงก์ Affiliate รัวๆ แต่ต้องมีส่วนร่วมกับผู้คนด้วย
4. สร้างคอนเทนต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใดที่คุณเลือกใช้สำหรับการตลาด Affiliate ขั้นตอนถัดไปคือการเริ่มสร้างคอนเทนต์ ที่สร้างความเชื่อมั่นกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ ในปี 2024 คนเฉลี่ยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 24 นาทีต่อวันบนโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ทำให้เราติดอยู่บนออนไลน์นานกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันคืออะไรน่ะเหรอ คำตอบก็คือคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมยังไงล่ะ และนี่แหละคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดของนักการตลาด Affiliate
ตามที่ Kelly Marohl เจ้าของ Greenspring Home กล่าว การสร้างคอนเทนต์ที่ดีที่สุดหมายถึงการไม่เป็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง “เน้นการเผยแพร่คอนเทนต์คุณภาพสูงที่สอนสิ่งใหม่ให้กับผู้ชมของคุณ” Kelly กล่าว “เสนอให้คุณค่าแก่พวกเขา อย่าเอาแต่เน้นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับตัวเอง”
“คุณจะดีใจเลยล่ะที่เริ่มทำเงินจาก Affiliate และทำข้อตกลงกับแบรนด์ต่างๆ แต่ก่อนที่คุณจะทำได้ คุณต้องสร้างผู้ชมที่ชอบมีส่วนร่วมกับคุณก่อน ซึ่งนั่นจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวกับคุณ”

เนื่องจากการสร้างคลังคอนเทนต์ต้องใช้เวลา การวางแผนล่วงหน้าและการสร้างปฏิทินคอนเทนต์ หรือกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุนของคุณจึงเป็นความคิดที่ดี คุณสามารถเขียนคร่าวๆ ลงในปฏิทินไว้เลย ว่าจะเผยแพร่คอนเทนต์แบบไหนในวันไหน เช่น
- การสอน
- ถาม-ตอบ
- รีวิวผลิตภัณฑ์
- วิธีการ
- เคล็ดลับและเทคนิค
เมื่อคุณกำหนดกลยุทธ์คอนเทนต์ อย่าลืมวางแผนกลยุทธ์คีย์เวิร์ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SEO ของ YouTube ถ้าคุณเลือกใช้ YouTube เป็นแพลตฟอร์ม เพราะแม้ว่าคอนเทนต์จะมีคุณภาพสูง แต่ก็อาจจะหายไปในเสียงรบกวนหากคุณไม่ได้ปรับแต่งมันให้เหมาะสมกับผลการค้นหา
คุณสามารถหาคำค้นที่ใช้ได้จากการค้นคว้าเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น การใช้ YouTube ลองค้นหาช่องของคู่แข่ง ดูว่าวิดีโอไหนที่เป็นที่นิยมที่สุดและให้ความสนใจกับชื่อวิดีโอ คำบรรยาย และแฮชแท็กที่พวกเขาใช้
เมื่อคุณทำการตลาด Affiliate อย่าลืมใส่ลิงก์ไปยังผลิตภัณฑ์หรือบริการ Affiliate และเพิ่มการแจ้งเตือนว่าเป็นการเชื่อมโยงกับโปรแกรม Affiliate
5. ขยายฐานผู้ชม
ขณะที่คุณกำลังกสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มที่คุณเลือก การเริ่มต้นสร้างรายชื่ออีเมลหรือรายชื่อ SMS ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดี โดยมีเหตุผลหลัก 2 ประการที่คุณควรทำ
คุณเป็นเจ้าของรายชื่อผู้ติดต่อของคุณ
แพลตฟอร์มใหญ่ๆ บางครั้งก็มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ถ้าคุณมีรายชื่ออีเมลของตัวเอง คุณสามารถติดต่อผู้ชมของคุณได้เสมอ
ใช้ประโยชน์จากลิงก์ Affiliate
บางแพลตฟอร์ม เช่น โปรแกรม Affiliate ของ Amazon ไม่อนุญาตให้ใช้ลิงก์ Affiliate ในอีเมล ดังนั้น คุณสามารถส่งการเข้าชมจากอีเมลไปยังคอนเทนต์ที่มีลิงก์ Affiliate แทนได้
การใช้รายชื่ออีเมลเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ชมและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดของคุณ ตัวอย่างคอนเทนต์ที่คุณสามารถเริ่มต้นใช้สำหรับรายชื่ออีเมลของคุณ ก็อย่างเช่น
- รายงานหรือข่าวสารในวงการ
- ลิงก์ไปยังบล็อกโพสต์ใหม่
- สรุปหรือบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ
- เบื้องหลังชีวิตหรือธุรกิจของคุณ
- โปรโมชัน (บางครั้ง)
- ดาวน์โหลดดิจิทัล ฟรี
สำหรับการสร้างรายชื่ออีเมลฟรี มีผู้ให้บริการซอฟต์แวร์การตลาดอีเมลหลายเจ้า เช่น Shopify Email, Mailchimp และ MailerLite ที่มีแผนฟรีให้ใช้งาน คุณควรเลือกตัวที่เหมาะกับคุณที่สุด
เมื่อคุณสร้างความไว้วางใจกับผู้ชมแล้ว คุณก็สามารถเริ่มโปรโมตโปรแกรม Affiliate ที่มีกำไรสูง ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้สามารถให้รายได้สูงถึงห้าหมายเลขจากการขายแต่ละรายการ แต่คุณมักจะต้องมีความเชี่ยวชาญในตลาดและอิทธิพลที่เพียงพอในการกระตุ้นให้ผู้คนซื้อสินค้าที่มีราคาสูง
6. ส่งผู้ชมไปยังลิงก์ Affiliate ของคุณ
ตอนนี้คุณก็ได้สร้างความไว้วางใจกับผู้ชมของคุณแล้ว ถึงเวลาที่จะเริ่มส่งการเข้าชมไปยังลิงก์ Affiliate ของคุณแล้วล่ะ ขั้นตอนนี้คือช่วงที่ความพยายามของคุณจะเริ่มผลิดอกออกผล แต่ยังไงก็ต้องรักษาสมดุลระหว่างการโปรโมทและการรักษาความไว้วางใจจากผู้ชมไว้ด้วยนะ
เริ่มต้นจากการแทรกลิงก์ Affiliate ของคุณอย่างเป็นธรรมชาติในคอนเทนต์ เช่น
- รีวิวสินค้า
- คอนเทนต์สอน
- ลิสต์ “...ที่ดีที่สุด”
- บทความเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเจาะตลาดฟิตเนส คุณอาจสร้างวิดีโอโชว์รูทีนการออกกำลังกายของคุณ โดยกล่าวถึงอุปกรณ์ที่คุณใช้และใส่ลิงก์ไปยังอุปกรณ์นั้นในคำบรรยาย
อย่าลืมใช้ CTA ที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมคลิกลิงก์ของคุณ CTA ที่ใช้ได้อาจเป็นแค่ "เรียนรู้เพิ่มเติม" หรืออาจจะดึงดูดมากขึ้นอย่าง "รับส่วนลด 10% ผ่านลิงก์นี้ได้เลย"
7. พูดคุยกับผู้ชมของคุณ
เคล็ดลับสุดท้ายในการเติบโตของธุรกิจการตลาด Affiliate คือการมีส่วนร่วมกับผู้ชม การสร้างการสนทนาจะช่วยให้ผู้ติดตามหรือผู้สมัครรับของคุณรู้สึกว่ามีคนฟังพวกเขา และยังเป็นประโยชน์กับคุณในแง่ของอัลกอริธึมในโซเชียลมีเดียด้วย
เมื่อผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ของคุณ พวกเขาจะบอกกับอัลกอริธึมการค้นหาว่า คอนเทนต์นั้นน่าสนใจและควรแชร์ให้คนอื่นดู
ยกตัวอย่างเช่น บน TikTok เมื่อคุณถูกใจและตอบกลับความคิดเห็นในวิดีโอของคุณ คอมเมนต์เหล่านั้นจะมีป้ายพิเศษที่เขียนว่า “Liked by creator” ซึ่งจะทำให้คอมเมนต์นั้นเด่นออกจากความคิดเห็นอื่นๆ

ในตัวอย่างนี้จากอินฟลูเอ็นเซอร์และตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการ Lauren Loveless เธอกำลังตอบกลับคอมเมนต์จากแฟนๆ เพื่อช่วยให้พวกเขาทำการซื้อสินค้าที่เธอแนะนำจาก Rare Beauty โดย Lauren มีลิงก์ Affiliate หลายตัวที่สามารถเข้าถึงได้จากหน้าลิงก์ในชีวประวัติที่เชื่อมต่อกับบัญชี TikTok ของเธอ เมื่อเธอโพสต์คอนเทนต์ที่เชื่อมโยงไปยังลิงก์เหล่านี้ เธอจะมีส่วนร่วมในคอมเมนต์
การมีส่วนร่วมเหล่านี้สำคัญ เพราะนี่คือสิ่งที่จะบอกกับผู้ชมของคุณว่าคุณได้อ่านและชอบคอมเมนต์ของพวกเขา ซึ่งทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ในอนาคต (และอาจจะกระตุ้นให้คนอื่นทำเช่นนั้นด้วย)
การตอบกลับผู้ชมของคุณยังช่วยให้คุณได้รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากคุณในเรื่องของคอนเทนต์ในอนาคต ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เรียนได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
8. ติดตามผลลัพธ์
หนึ่งในวิธีทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุน คือการติดตามผลเป็นขั้นตอนสำคัญที่มือใหม่หลายคนมักมองข้าม ถ้าไม่มีการติดตามผลลัพธ์ที่เหมาะสม คุณจะเหมือนกับทำงานอยู่แบบไม่รู้ทิศ และพลาดโอกาสในการทำเงิน
คุณควรเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือวิเคราะห์จากโปรแกรม Affiliate ของคุณ ซึ่งมักจะมีข้อมูลที่สำคัญ เช่น
- จำนวนคลิก
- คอนเวอร์ชัน
- รายได้ต่อคลิก (EPC)
- รายได้รวม
การเข้าไปดูตัวเลขเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจน ว่าผลิตภัณฑ์ไหนเวิร์ก และผลิตภัณฑ์ใดอาจต้องการกลยุทธ์ใหม่ๆ ถ้าต้องการข้อมูลที่ลึกยิ่งขึ้น ก็ให้เพิ่มพารามิเตอร์ UTM ในลิงก์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ไหนกำลังขายดี และคอนเทนต์หรือแพลตฟอร์มไหนที่ขับเคลื่อนยอดขายเหล่านั้น
อย่าลืมติดตามประสิทธิภาพของคอนเทนต์ของคุณในแต่ละแพลตฟอร์มด้วยล่ะ การมีส่วนร่วมในระดับสูงมักจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่น ซึ่งสามารถนำไปสู่คอนเวอร์ชันที่มากขึ้นในอนาคต
เริ่มต้นธุรกิจการตลาด Affiliate ของคุณวันนี้
การตลาด Affiliate ไม่ต้องการการลงทุนล่วงหน้า การทำตามขั้นตอนที่ได้อธิบายในคู่มือนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัยในการเริ่มต้นการเดินทางของคุณในโลกการตลาด Affiliate ค่าใช้จ่ายเดียวคือเวลาและความพยายามของคุณ
เริ่มคิดถึงช่องทางที่คุณสามารถสร้างขึ้นและพัฒนาไปสู่แหล่งรายได้แบบพาสซีฟ จนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุน
เครือข่ายการตลาด Affiliate อันดับต้นๆ ในปี 2025 คืออะไร
เครือข่ายการตลาด Affiliate ที่ดีที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
- Affiliate Future
- AvantLink
- CJ (Commission Junction)
- ClickBank
- FlexOffers
จะทำเงิน 3000 บาทต่อวันจากการตลาด Affiliate ได้อย่างไร
ตัวแทนโฆษณาสินค้าและบริการสามารถทำเงิน 3,000 บาทต่อวันได้โดยการโปรโมตโปรแกรม Affiliate หลายๆ โปรแกรมในคอนเทนต์ของพวกเขา ถึงไม่ใช่ว่าจะสำเร็จได้ชั่วข้ามคืน แต่ถ้าคุณโพสต์เนื้อหาที่มีคุณค่าและช่วยเหลือผู้ชมของคุณอย่างต่อเนื่อง คุณจะสามารถสร้างยอดขายอย่างสม่ำเสมอในธุรกิจการตลาด Affiliate ของคุณได้
จะเริ่มต้นทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุนในฐานะมือใหม่ได้อย่างไร
ในการเริ่มต้นการตลาด Affiliate ในฐานะมือใหม่ ให้เลือกช่องทางและแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจของคุณ มีโปรแกรมการตลาด Affiliate ที่สามารถเข้าร่วมได้โดยตรงผ่านแบรนด์หรือเครือข่ายการตลาด Affiliate เช่น ShareASale หรือ Skimlinks ค้นคว้าและเลือกโปรแกรมที่ดีที่สุดที่เหมาะกับความต้องการของคุณ และเริ่มสร้างคอนเทนต์พร้อมกับการสร้างกลุ่มผู้ชม
สามารถเริ่มต้นทำ Affiliate ไม่ต้องลงทุนได้หรือไม่
ได้สิ คุณสามารถเริ่มต้นการตลาด Affiliate โดยต้องลงทุนได้เลย และบอกเลยว่ามันง่ายกว่าที่คิด แทนที่จะสร้างเว็บไซต์สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มที่คุณจะเจาะ ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายในการสร้างเว็บด้วย คุณก็สามารถสร้างดึงกลุ่มผู้ชมของคุณมาจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียฟรี หรือทาง YouTube ได้เลย เป็นต้น